ตอนที่ 13 เอ็นเข้ามหาลัย

posted on 08 Jun 2012 15:22 by doctormang directory Diary, Idea

ตอนที่ 13   เอ็นเข้ามหาลัย
               
                ช่วงการเรียนที่ผมรู้สึกว่าหนักที่สุดของผมคือ ม.ศ. 5 (คือม. 6 ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นปีที่ต้องเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย  สมัยนั้นการสอบ ม.ศ. 5  จะใช้ข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ  และมีการจัดอันดับ 1 ถึง 50 ของประเทศ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสมัยนั้นจะสอบครั้งเดียว หลังสอบ ม.ศ. 5 เสร็จประมาณเมษายน   ทำให้ช่วงต้นปีเป็นช่วงที่เด็กที่เตรียมเอ็นเครียดตามๆ กัน  ผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้น แต่สมัยนั้นมีการสอบเทียบม.ศ. 5 (คือระบบที่เด็กม. 5 สามารถสอบเทียบชั้นม.6 ได้ ถ้าสอบผ่านก็ไปสอบเอ็นทรานซ์ได้เลย) ซึ่งผมสอบเทียบได้ตั้งแต่อยู่ ม.ศ. 4 (ก็คือม.5 ในปัจจุบัน) ทำให้ผมไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนช่วงม.ศ. 5  ผมมักจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดศรีนคร  แถววงเวียน 22 กรกฎา  เช้าก็ไปอ่านที่ห้องสมุดนี้  ยังจำได้ว่าทุกกลางวันลงมากินราดหน้าตรงตลาดแถวนั้นประจำ   ตอนเย็นค่อยกลับบ้าน   ผมแต่งชุดนักเรียนมาประจำจนเจ้าหน้าที่รู้ว่าเรามาอ่านหนังสือจริงก็ไม่ว่าอะไร  

                สมัยนั้นก็มีการกวดวิชาเหมือนปัจจุบัน   แต่ไม่มากเท่านี้  มีที่ขึ้นชื่อ  2 แห่ง คือ สมรรัตน์และสมถวิล  ผมเองไม่ได้ไปกวดวิชา เพราะฐานะการเงินไม่อำนวย   แต่ผมเคยไปแอบเรียนที่  สมรรัตน์  แถววัดตึก  อาจารย์ส่วนมากจากเตรียมอุดม   มาสอนตอนเย็น   สอนด้วยครูจริงๆ ไม่ใช่วีดีโอเหมือนปัจจุบัน  ยังจำอาจารย์ ช่วง ที่สอนฟิสิกส์ ชอบยกตัวอย่างลิงปีนลูกรอก   ผมแอบเรียนได้  2-3 ครั้ง  กลัวเค้าตรวจบัตรเลยไม่มาอีก   ซื้อคู่มือมาอ่านเอง   การที่ผมไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน  ทำให้ครั้งหนึ่งอาจารย์ใหญ่  คืออาจารย์  บุญอวบ  บูรณสมบัติ  ท่านเป็นอาจารย์ที่ดีมากเอาใจใส่นักเรียนดี   สำหรับผม อาจารย์จำผมได้เพราะผมอยู่ในกลุ่มเด็กเรียนและทำกิจกรรมให้โรงเรียน  เรียกผมไปพบและถามผมว่าไปติดนักเรียนหญิงที่ไหน  ไม่เห็นมาโรงเรียน  ผมอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าผมไปอ่านหนังสือเอง  ไม่ได้ติดผู้หญิง  ท่านยังบอกให้ทำชื่อเสียงให้โรงเรียน โดยการสอบให้ติด 1 ใน 50 ของประเทศ  เพราะสมัยนั้น ร.ร. ที่ติดส่วนมากคือเตรียมอุดม  มีแทรกจากสวนกุหลาบ  เทพศิรินทร์  สตรีวิทยา  เล็กน้อย  ผมรับปากท่านว่าจะทำให้ดีที่สุด  

                ช่วงเดือนมกรา  กุมภา  มีนา  เมษาเป็นช่วงที่ผมดูหนังสือหนักที่สุดในชีวิตเลย   ตอนเรียนแพทย์ยังดูน้อยกว่ามาก   ผมจึงบอกเด็กที่จะเรียนแพทย์ว่าตอนเรียนไม่ยากหรอก   ยากตอนแย่งกันสอบเข้ามากกว่า   ผมยังจำวันสุดท้ายของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยว่าผมกลับมาบ้าน  โยนหนังสือเรียนทั้งหมดเข้าข้างฝ้า บางเล่มผมเตะเข้าข้างฝาเลย แสดงว่าการสอบนั้นเป็นการสร้างความเครียดต่อเด็กมาก  เราควรมีกิจกรรมให้เด็กได้ระบายความเครียดออกมา   ซึ่งควรเป็นแบบที่ต้องใช้กำลังแสดงออก เช่น เล่นกีฬา  ชกมวย   พลังความเครียดจะได้ออกมา

                จากผลการที่ผมทุ่มให้การเรียนทำให้ผม สอบติดอับดับที่ 17  ของประเทศ  โดยมีเพื่อนอีกคน สุรชัย ได้ที่  29 ของประเทศ  ซึ่งเพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนรักผม จนถึงวันนี้  ตอนนี้เป็นหมอตาดังแล้ว  ปีนั้นเทพศิริทร์ติดถึง 2 คน  สวนกุหลาบ 7 คน  สตรีวิทย์ 1 คน นอกนั้นเป็นเตรียมอุดมหมด   ส่วนผลสอบเข้ามหาลัย  ผมติดแพทย์จุฬา สุรชัยก็ติดจุฬา และอับดับดีกว่าผม
                มาถึงตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า  อย่าบังคับให้เด็กเรียนตามที่พ่อแม่ชอบ  ให้เด็กเรียนในสิ่งที่เด็กชอบและสนใจ  โดยผู้ใหญ่เป็นคนคอยแนะนำดีกว่า   เด็กจะได้มีความสุขเมื่อออกมาทำงาน

Comment

Comment:

Tweet


#9 By (118.172.174.49|118.172.174.49) on 2014-05-02 16:49

หนูจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อจะเป็นหมอให้ได้ค่ะ tongue

#8 By Just a human on 2012-07-17 17:31

ดีใจนะคะที่ปะป๊าไม่เคยบังคับว่าหนูต้องเรียนอะไรๆๆๆ
แถมไม่เคยกดดันตอนที่จะสอบเข้าด้วย
ขอบคุณปะป๊ามาก ที่เข้าใจในตัวลูกๆมาตลอด
จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#7 By พลอยลูกอาเม้ง (103.7.57.18|125.24.40.217) on 2012-06-11 19:38

ได้อ่านและติดตามผลงานมาตลอดเพื่อนำประสบการณ์จากบันทึก open-mounthed smile มาสอนลูกและเด็กรุ่นหลัง

#6 By somchat (103.7.57.18|115.87.140.54) on 2012-06-09 07:34

Hot! Hot!
เพิ่งผ่านการสอบเข้ามหาลัยมาค่ะ
มันเครียดและกดดันจริงๆค่ะ
แต่ก็โชคดีที่ผ่านมันมาได้แล้ว ต่อไปก็ต้องพยายามเรียนห้จบให้ได้big smile big smile

#5 By Dreamer on 2012-06-08 22:43

เข้าใจแล้วว่าลูกติดหนังการ์ตูนเป็นยังไง ต้องรอผู้เขียนลงต่อมันนานจังเลยยยย
สนุกคับ อยากอ่านต่อเร็วๆ

#4 By Ananjong (103.7.57.18|202.176.140.232) on 2012-06-08 16:46

ดีใจที่ได้อ่านครับ big smile

#3 By เบนจิ (103.7.57.18|124.122.204.44) on 2012-06-08 16:02

อ่านแล้วคิดถึงตอนเอ็นทรานซ์เหมือนกัน
เรียนไม่ค่อยเก่ง ต้องเอนทรานซ์หลายรอบ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-06-08 15:48

สู้ๆนะ เรียนในสิ่งที่ชอบดีอยู่แล้ว
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!